You are currently browsing the Casino online category
Displaying 11 - 17 of 17 entries.

ดอยตุง พระตำหนักดอยตุง ไร่แม่ฟ้าหลวง

  • Posted on December 6, 2011 at 6:46 am

ดอยตุงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเด่นของเชียงราย อยู่เหนือจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 45 กิโลเมตร  ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ลักษณะเป็นเทือกเขาสูงทอดตัวยาวอยู่ทางด้านซ้ายของเส้นทางที่มุ่งไปอำเภอแม่สาย แต่เดิมเป็นเทือกเขาหัวโล้นที่ถูกชาวเขาตัดทำลายเพื่อใช้พื้นที่ทำการเกษตร  จนกระทั่งสมเด็จย่าได้เสด็จมายังดอยตุงและทรงมีพระราชดำรัสว่า ฉันจะปลูกป่าดอยตุง  หลังจากนั้นในปี 2530  รัฐบาลจึงได้เริ่มจัดทำโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้นโดยปลูกป่าคืนความสมบูรณ์กลับคืนสู่ธรรมชาติ ได้ดึงชาวเขาเข้ามาทำงานในโครงการปลูกป่าดอยตุง  แต่ก่อนนั้นเส้นทางขึ้นดอยตุงเป็นเส้นทางลอยฟ้า คือเมื่อนั่งรถบนถนนดอยตุงแล้วมองลงมาก็จะเห็นวิวโล่งๆ ไม่มีต้นไม้มาบดบังทัศนียภาพ แต่ในปัจจุบันนี้ดอยตุงกลับคืนสภาพเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่งเมื่อนั่งรถไปตามเส้นทางขึ้นดอยตุงจะเห็นแต่ต้นไม้แน่นขนัดนั่นล้วนเป็นป่าปลูกทั้งสิ้น  หลังจากโครงการปลูกป่าแล้วเสร็จจึงได้มีการสร้างพระตำหนักดอยตุง และมีโครงการอีกหลายๆ โครงการตามมาเพื่อสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่น 

จากเทือกเขาหัวโล้นกลับกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของเชียงราย แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวดอยตุงเป็นจำนวนมาก  แหล่งท่องเที่ยวบนดอยตุงที่นักท่องเที่ยวขึ้นไปเยี่ยมชมได้แก่  สวนแม่ฟ้าหลวง  พระตำหนักดอยตุง  พระธาตุดอยตุง  สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวงดอยช้างมูบ 

ไร่แม่ฟ้าหลวง  หรือสวนดอยตุง  เป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวบนพื้นที่ 25 ไร่ อยู่ในแอ่งที่ราบด้านทิศเหนือของพระตำหนัก  สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2534 ภายในสวนถูกตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนออกดอกตลอดปี  กลางสวนมีประติมากรรมเด็กยืนต่อตัว งานประติมากรรมนี้ได้รับพระราชทานชื่อว่า ” ความต่อเนื่อง “  นอกจากแปลงไม้ประทับกลางแจ้งแล้วยังมีโรงเรือนไม้ในร่ม จุดเด่นคือกล้วยไม้จำพวกรองเท้านารีชนิดต่างๆ ที่มีดอกสวยงามมาก  ความภาพความสวยงามของสวนแม่ฟ้าหลวง

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่

  • Posted on December 6, 2011 at 6:45 am

ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขาง  เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศเหนือ 137 กม. แยกซ้ายเข้าไปอีก 25 กม.  ดอยอ่างขางเป็นเทือกดอยสูงติดกับสันเขาพรมแดนประเทศพม่า จุดเด่นที่นักท่องเที่ยวไปเยือนดอยอ่างขางคือการไปเที่ยวชมดอกไม้เมืองหนาวภายโครงการฯ  สถานีเกษตรดอยอ่างขางได้รับการจัดตั้งเมื่อปี 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อวิจัยพืชเมืองหนาวเพื่อส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่นและหยุดการทำลายป่า  ดอยอ่างขางมีลักษณะเป็นแอ่งที่ราบในหุบเขาลักษณะเหมือนท้องกะทะหรือเหมือนอ่าง อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,400 เมตร   ภายในโครงการมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาก เช่น แปลงปลูกไม้ดอกไม้ประดับกลางแจ้ง  แปลงปลูกไม้ในร่ม  แปลงทดลองกุหลาบ แปลงปลูกผัก แปลงปลูกผักในร่ม สวนท้อ สวนบ๊วย ป่าซากุระ ป่าเมเปิล พระตำหนักอ่างขาง  รายละเอียดและจุดเด่นของแต่ละสถานที่ดังจะกล่าวในหัวข้อต่อไป

ลักษณะทั่วไป ดอกชงโค

  • Posted on December 6, 2011 at 6:40 am

ลักษณะทั่วไป

ชงโคเป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อมสูงประมาณ ๕-๑o เมตร กิ่งอ่อนมีขนปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหัวใจ ปลายใบเว้าลึกมาก ปลายใบทั้งสองด้านกลมมน มองดูคล้ายใบแฝดติดกัน (คล้ายใบกาหลง แต่เว้าลงลึกกว่า) ใบทั้งสองด้านมักพันเข้าหากันเหมือนปีกผีเสื้อ ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นใบแฝด (เหมือนกาหลง) เพราะปกติใบไม้ทั่วไปจะมีปลายใบแหลม หรือกลมมน ลักษณะของชงโคเป็นพุ่มค่อนข้างกว้างและใบดกทึบ เป็นต้นไม้ผลัดใบในฤดูหนาว (พฤศจิกายน-ธันวาคม) แล้วผลิใบ ใหม่ราวเดือนเมษายน-พฤษภาคม

ดอก ชงโคจะเริ่มออกดอกหลังจากผลิใบชุดใหม่ออกมาแล้ว คือหลังเดือนเมษายนเป็นต้นไป ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ช่อยาวกว่าดอกกาหลง แต่ละช่อมีดอกย่อยราว ๖-๑o ดอก แต่ละดอกมีกลีบย่อย ๕ กลีบ รูปทรงคล้ายดอกกล้วยไม้ ตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้เป็นเส้นยาว ๕ เส้น ยื่นไปด้านหน้าและปลายโค้งขึ้นด้านบน มีเกสรตัวเมียอยู่ตรงกลาง ๑ เส้น มีความยาวและโค้งขึ้นสูงกว่าเกสรตัวผู้ ดอกบานเต็มที่กว้างราว ๗-๙ เซนติเมตร มีกลิ่นหอมอ่อนๆ กลีบดอกชงโคมีสีชมพูถึงม่วงแดง ผันแปรไปตามสายพันธุ์ของแต่ละต้นที่เกิดจากการเพาะเมล็ด หากต้องการให้มีสีเดียวกัน ต้องใช้วิธีขยายพันธุ์ด้วยกิ่ง เช่น ติดตาหรือทาบกิ่ง ดอกชงโคติดต้นอยู่ได้นานนับเดือน

ผล ลักษณะเป็นฝักแบนคล้ายฝักถั่ว แก่ประมาณเดือนกันยายน-ธันวาคม ขนาดกว้างราว ๑.๕ เซนติเมตร ยาว ๑๕-๒o เซนติเมตร เมล็ดค่อนข้างแบน ฝักแก่จะแตกออกเป็นสองซีกตามความยาวของฝัก

ถิ่นกำเนิดเดิมของชงโคอยู่แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินเดีย พม่า ไทย กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็นต้น ในประเทศไทยพบขึ้นปะปนอยู่กับต้นไม้ชนิดอื่นๆ ในป่าโปร่งผสม และป่าเบญจพรรณ ทางภาคเหนือและภาคกลางจะพบมากกว่าภาคอื่น คนไทยรู้จักชงโคมาตั้งแต่อพยพมาอยู่พื้นที่ประเทศ ไทยปัจจุบัน ชื่อชงโคมีปรากฏอยู่ในวรรณคดีไทย สมัยอยุธยาเป็นต้นมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ พ.ศ. ๒๔๑๖ อธิบายเกี่ยวกับชงโคไว้ว่า”ชงโค เป็นชื่อต้นไม้อย่างหนึ่งเหมือนอย่างต้นกาหลง  แต่สีมันแดง” แสดงว่าคนไทยกรุงเทพฯ สมัย ๑๓๒ ปีก่อนโน้น รู้จักทั้งกาหลงและชงโคเป็นอย่างดี ว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกัน ต่างกันที่สีของดอกเท่านั้น เพราะกาหลงมีกลีบดอกสีขาว ส่วนชงโคกลีบดอกออกไปทางสีแดง (ชมพู-ม่วง) ชื่อที่เรียกกันในเมืองไทยคือ ชงโค (กรุงเทพฯ-ภาคกลาง) เสี้ยวหวาน (แม่ฮ่องสอน) เสี้ยวดอกแดง (เหนือ) ภาษาอังกฤษ เรียก ORCHID TREE

การดูแล

ชงโคเป็นไม้ที่ชอบแดด ควรปลูกในที่ได้รับแสงแดดทั้งวัน ดินปลูกควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดี มีความชื้นสูง

ประโยชน์ของชงโค  
ชงโคมีสรรพคุณด้านสมุนไพร ตามตำราแพทย์แผนไทย ดังนี้

เปลือกต้น : แก้ท้องเสีย แก้บิด

ดอก : แก้พิษไข้ร้อนจากเลือดและน้ำดี เป็นยาระบาย

ใบ : ฟอกฝี แผล

ราก : ขับลม

ชาวฮินดูถือว่าชงโคเป็นต้นไม้ของสวรรค์ขึ้นอยู่ในเทวโลก และนับถือว่าเป็นต้นไม้ของพระลักษมีพระชายาของพระนารายณ์ จึงนับเป็นต้นไม้มงคลยิ่งชนิดหนึ่ง  ควรแก่การเคารพบูชา และปลูกเอาไว้ในบริเวณบ้านเรือน หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในฐานะต้นไม้ประดับ ชงโคเหมาะสำหรับปลูกตามสถานที่ต่างๆ มากมายเพราะปลูกง่ายไม่เลือกดินฟ้าอากาศ (ในเขตร้อน) ดูแลรักษาง่าย แข็งแรง ทนทาน ขนาดไม่ใหญ่โตเกินไป ทรงพุ่มใบ ดอกงดงาม ดอกบาน ทนนาน การปลูกหากใช้การเพาะเมล็ด ที่จะออกดอกภายในเวลา ๓-๕ ปี ซึ่งนับว่าไม่นาน หากปลูกจากกิ่งจะเร็วกว่านี้อีกประมาณเท่าตัว

ชงโคอาจจะได้รับความนิยมมากกว่านี้ หากมีชื่อที่ไพเราะถูกใจคนไทย (ภาคกลาง) สันนิษฐานว่าเหตุที่ใช้ชื่อชงโค อาจจะมาจากลักษณะใบแฝดติดกัน คล้ายรอยเท้าวัวก็เป็นได้ แต่ไม่ว่าจะชื่ออะไร ชงโคก็คงมีคุณสมบัติที่ดีงามดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ดังเช่นที่เคยเป็นมาจากอดีต

ประเพณีลอยกระทง

  • Posted on December 6, 2011 at 6:31 am

“วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริง วันลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอยกระทงกันแล้ว ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ”

คงไมมีใครไม่รู้จักเพลง “รำวงวันลอยกระทง ” เพราะเพลงนี้แสดงถึงวิถีชีวิตคนไทย หลอมรวมกับประเพณีที่ดีงาม สืบสานเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของคนไทยกันเลยทีเดียว จนมีเรื่องเล่าว่ามีวิธีทดสอบสัญชาติคนในแถบชายแดนไทยพม่า หากเจ้าหน้าที่สงสัยว่าบุคคลผู้นั้นเป็นคนไทยหรือคนพม่ากันแน่ ก็จะให้ร้องเพลง 2 เพลง นั่นก็คือเพลงชาติ และเพลงรำวงวันลอยกระทง หากใครร้องได้และบอกชื่อถูก ก็ได้ชื่อว่าผ่านการทดสอบเบื้องต้นกันเลยทีเดียว ดังนั้นใครร้องเพลงชาิติและเพลงรำวงวันลอยกระทงยังไม่ถูก ต้องกลับไปฝึกร้องจนชำนาญ ไม่แน่นะ วันหนึ่งคุณอาจพลัดหลงไปอยุ่ในกลุ่มคนต่างด้าว ร้องผิดร้องถูก อายคนต่างด้าวเค้านะครับ

เทคนิคสร้างเพื่อบ้านเย็น

  • Posted on November 4, 2011 at 11:45 pm

เทคนิคสร้างเพื่อบ้านเย็น

บ้านเย็น

เป็นที่รู้กันอยู่ว่าปัจจุบันได้รับอิทธิพลเรื่องโลกร้อนทำให้บ้านที่สร้างปกติจะมีอุณหภูมิสูงมาก ถ้าหากท่านไม่ใส่ใจการสร้างบ้านเย็น คุณจะพบกับตับออกมาแลบแน่ๆ (ตับแลบ) 555 คุณอย่างลืมว่าคุณเองก็คือผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านหลังนี้ ดังนั้นเจ้าของบ้านจึงไม่ควรปล่อยปะละเลยเด็ดขาด

การเลือกหลังคาและฝ้าเพื่อบ้านเย็น

- การตัดสินใจเลือกใช้กระเบื้องหลังมุงหลังคาควรที่จะหาชนิดที่มีค่าการสะท้อนสูงๆ อย่างเช่น กระเบื้อง EXCELLA กระเบื้อง CPAC Monier หรือกระเบื้องลอนคู่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสะท้อนแสงอาทิตย์ออกไป
- อย่าลืมติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อน ติดตั้งใต้หลังคา หรือแม้กระทั้งกำแพงบ้านเพื่อช่วยสะท้อนป้องกันรังสีความร้อนแผ่เข้าตัวบ้าน
- เลือก ใช้ฝ้าเพดานภายใน และอย่าลืมติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพื่อป้องกันความร้อนที่สะสมอยู่ภายใต้หลังคาไม่ให้ผ่านฝ้าเพดานห้องลงมายัง ด้านล่าง
- เลือกใช้ฝ้าชายคาที่มีช่องระบายอากาศ อย่างเช่น ฝ้าชายคา SmartBOARD รุ่นระบายอากาศ เพื่อช่วยหมุนเวียน และระบายอากาศร้อนที่สะสมอยู่ภายใต้หลังคา
การเลือกผนังอาคาร

- ควรเลือกใช้ระบบผนัง SmartBOARD ติดตั้งบนโครงคร่าว พร้อมติดตั้งฉนวนกันความร้อน STAY COOL สำหรับผนังอาคาร เพื่อป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบผนังอาคารไม่ให่ผ่านเข้ามาภาย ในบ้าน

การเลือกวัสดุภายนอกอาคาร

- เลือก ติดตั้งระแนงกันแดด SmartWOOD โดยเฉพาะทางด้านทิศใต้และทิศตะวันตก เพื่อช่วยลดปริมาณแสงอาทิตย์ที่จะตกกระทบผนังอาคาร ลดความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน
- เลือกใช้บล็อกปูพื้น COOL PLUS ในการปูพื้นทางเดินรอบบ้าน พื้นทางเดิน พื้นโรงจอดรถ บล๊อกจะสามารถกักเก็บน้ำไว้ในตัว และจะคลายไอน้ำออกมาในอากาศเมื่อถูกแสงอาทิตย์ ช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ และทำให้บ้านของเราเย็นลง

อย่างไรก็ตามการเลือกใช้วัสดุดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะช่วยประหยัดพลังงานภายในบ้านได้ หากเราติดตั้งวัสดุต่างๆ ทั้งหมดตามที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดก็จะทำให้บ้านหลังนั้นมีประสิทธิภาพในการ ประหยัดพลังงานและเย็นสบายกว่าบ้านหลังอื่นๆ หรือที่เราเรียกง่ายๆ ว่า “ระบบบ้านเย็น” นั่นเอง คราวนี้บ้านก็คือวิมานของเราอย่างแท้จริง

Tags: 

เทคนิคขับรถตอนน้ำท่วม

  • Posted on November 4, 2011 at 11:44 pm

เทคนิคขับรถตอนน้ำท่วม

ฝนฟ้าอากาศช่วงนี้แปรปรวนเหลือเกินนะครับ ฝากให้เพื่อนดูแลรักษาสุขภาพกันด้วย ถ้าหากวันไหนฝนตกจำเป็นต้องลุยน้ำเพื่อไปทำงานวันนี้ผมมีความรู้เรื่องการขับรถลุยน้ำมาฝากกันครับ

- ห้ามเปิดแอร์เด็ดขาด ในขณะขับรถลุยน้ำลึก หรือแม้จะน้ำตื้นก็ตาม
เพราะ สาเหตุที่รถดับ ส่วนใหญ่เกิดจากการเปิดแอร์แล้วขับลุยน้ำ ที่ผมบอกอย่างนี้ ก็เพราะว่า เมื่อเราเปิดแอร์ พัดลมจะทำงาน และอย่าลืมสิ ว่าเรากำลังลุยน้ำลึก อย่างที่ผมเจอวันนี้ ก็คิดว่าน่าจะเกินระดับพัดลม เพราะฉะนั้น ถ้าเราขืนเปิดพัดลมละก็ สิ่งที่จะตามมา ก็คือ ใบพัดจะพัดให้น้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง แล้ว คุณลองคิดดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น นั่นก็คือ เครื่องจะดับเอาง่าย ๆ หรือ ถ้าโชคดี หรือโชคร้าย ถ้าเครื่องไม่ดับ ใบพัดก็จะหมุน ๆ ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่า ขณะที่เราลุยน้ำ อะไรมันจะลอยมาบ้าง มันมีสารพัด ไม่ว่าจะเป็น ขยะ กิ่งไม้ ไม้หน้าสาม ถุงพลาสติก รองเท้า … สิ่งของพวกนี้ มันมีโอกาสที่จะเข้ามาในห้องเครื่อง แล้วโดนใบพัดตัดจนใบพัดหัก ซึ่งถ้าใบพัดหัก แน่นอนว่า เราขับรถต่อไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะระบบระบายความร้อนจะมีปัญหา

ข้อ 2 ควรใช้เกียร์ต่ำ สำหรับเกียร์ธรรมดา ก็ใช้ประมาณเกียร์ 2 หรือสำหรับออโต้ ก็ใช้เกียร์ L ก็ได้ครับ รวมถึงการขับขี่ที่มีความเร็วต่ำที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้ และควรใช้ความเร็วสม่ำเสมอ อย่าหยุดอย่าเร่งความเร็วขึ้น

ข้อ 3 คือ ไม่ควรเร่งเครื่องให้รอบสูง ๆ เพราะเห็นผู้ขับขี่หลาย ๆ คนมักจะเร่งเครื่องแรง ๆ เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะกลัวเครื่องดับ
เพราะกลัวน้ำเข้าท่อไอเสีย ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นความคิดที่ผิดมาก ๆ แท้ ที่จริงแล้ว การเร่งเครื่อง ยิ่งทำให้รถมีความร้อนสูงขึ้น เมื่อเครื่องมีความร้อนสูงขึ้น ใบพัดระบายความร้อนก็จะทำงาน และสิ่งที่จะตามมาก็เหมือนกับข้อ 1
ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะเข้าท่อไอเสียครับ เพราะต่อให้น้ำจะท่วมท่อไอเสีย แล้วคุณสตาร์ทรถอยู่ที่รอบเดินเบา แรงดันที่ออกมาเพียงพอที่จะดันน้ำออกมาอย่างสบาย ๆ ต่อให้คุณจอดรถทิ้งไว้จนน้ำท่วมท่อไอเสียก็ตาม เมื่อคุณเข้าไปในรถ แล้วสตาร์ทรถ ผมกล้าพูดได้เลยทีเดียวติดแน่นอน (กรณีนี้ ที่ผมกล้าพูดว่ารถสามารถสตาร์ทติด คือ น้ำท่วม แค่ท่วมท่อไอเสียนะ ไม่ใช่ท่วมฝากระโปรงนะครับ) แต่สำหรับรถคาบู ผมเองก็ไม่แน่ใจ ว่าถ้าถึงขั้นน้ำท่วมท่อไอเสีย แล้วมันจะสตาร์ทติดหรือไม่ แต่สำหรับเครื่องหัวฉีดสบายใจได้ครับ

4. ควรลดความเร็วลง เมื่อ กำลังจะขับรถสวนกับอีกคันที่กำลังขับมา
เพราะ ไม่งั้นจะกลายเป็นคลื่นชนคลื่น อย่างที่ผมบอก ซึ่งน้ำที่ปะทะระหว่างรถของเราและรถที่วิ่งสวนมา มันก็อาจทำให้น้ำกระเด็นไปทำอันตรายต่ออุปกรณ์ภายในได้ หลังจากเราลุยน้ำลึกมา สิ่งที่ควรทำต่อ ก็คือ ข้อแรก พยายามย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำ เพราะในช่วงแรก ๆ หลังจากการลุยน้ำลึกมา มันจะเบรกไม่อยู่ และเป็นอันตรายมาก ถ้าเราไม่ทำการย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก สำหรับเกียร์ธรรมดา ต้องมีการย้ำคลัชเช่นเดียวกับการย้ำเบรก เพราะหลังการลุยน้ำมา อาจมีปัญหาคลัชลื่น จึงต้องทำทั้งย้ำคลัชและย้ำเบรก

อีกข้อนึงคือ ไม่ควรดับเครื่องทันที ถึงแม้ถึงจุดหมายก็ตาม เพราะ อาจมีน้ำค้างอยู่ในหม้อพักของท่อไอเสีย ซึ่งควรสตาร์ทรถทิ้งไว้สักพัก ซึ่งจะสังเกตได้ว่า มีไอออกจากท่อไอเสีย ก็ไม่ต้องตกใจ ก็ให้สตาร์ทรถทิ้งไว้สักพัก เพื่อให้น้ำในหม้อพักมันระเหยออกไป เพราะถ้าไม่ทำอย่างนี้ จะทำให้เกิดน้ำค้างอยู่ในหม้อพัก สิ่งที่จะตามมาคือ มันจะผุ

และหลังจากวันที่เราลุยน้ำมาแล้ว เราควรจะทำอย่างไร ไปดูกันต่อค่ะ !!!
1. ล้างรถ รวมถึง การฉีดน้ำเข้าไปในบริเวณใต้ท้องรถด้วย รวมทั้งบริเวณซุ้มล้อ เพื่อล้างพวกเศษทรายต่าง ๆ ที่มันเกาะติดอยู่ หรือบริเวณใต้ท้องรถ ซึ่งอาจมีพวกเศษขยะ เศษหญ้า ติดอยู่ ต้องเอาออกให้หมด เพราะถ้าเศษหญ้าแห้งมันติดอยู่ใต้รถ อันตรายที่จะเกิดขึ้น มันใหญ่หลวงนัก หนัก ๆ หน่อย ไฟอาจไหม้ได้ ในคู่มือยังบอกเลยครับว่า รถที่ติดตั้งตัวกรองไอเสีย หรือ (CAT) ไม่ควรจอดรถไว้บริเวณที่มีต้นหญ้าขึ้นสูง เพราะอุณหภูมิของเจ้า Catalytic Converter นั้น มันค่อนข้างสูงมาก ๆ
2. สำรวจน้ำมันเกียร์ ว่า มันมีสีผิดปกติหรือไม่ คือ ถ้ามีลักษณะคล้ายสี ชาเย็น นั่นแสดงว่า ต้องมีน้ำเข้าไปอยู่ในระบบเกียร์อย่างแน่นอน หรือถ้าเป็นไปได้ ก็เปลี่ยนน้ำมันเกียร์มันซะเลย เพื่อความสบายใจ เพราะก้านวัดน้ำมันเกียร์นั้นอยู่ค่อนข้างต่ำ และยิ่งรถผ่านการลุยน้ำลึก ๆ มา มันก็จะท่วมตัวเจ้าก้านวัด ซึ่งเป็นไปได้ที่น้ำจะซึมเข้าไปในระบบเกียร์ และมันก็จะทำให้ระบบเกียร์พัง

3. เช็คลูกปืนล้อ ซึ่ง พูดง่าย ๆ ว่า เจอน้ำทีไร ลูกปืนล้อมันก็จะดัง เวลาวิ่งความเร็วสูง ๆ อันนี้ทำใจไว้ได้เลย ว่าอาจต้องเปลี่ยน แต่ โดยปกติแล้ว เจ้าลูกปืนล้อมันจะพังเร็ว ก็เพราะสาเหตุที่ว่า จอดแช่น้ำมากกว่า แต่ถ้าวิ่งผ่านน้ำ โดยปกติ จะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่ถ้าแช่น้ำเมื่อไหร่ละก็ เตรียมตัวเสียเงินได้เลย

4. ตรวจสอบ พื้นพรมในรถ ว่า เปียกชื้นหรือไม่ เพราะ หลังการลุยน้ำลึกมา มีโอกาสมากที่น้ำจะซึมเข้ามาภายในห้องโดยสาร เพราะฉะนั้น ต้องเปิดผ้ายาง เปิดพรม เอามือ กดแรง ๆ ดู หรือลองเอากระดาษซับดูว่ามีน้ำอยู่หรือปล่าว ถ้ามีน้ำขังอยู่ภายในห้องโดยสาร ผมคิดว่า น่าจะถึงเวลารื้อพรมกันเลยละครับ เพื่อป้องกันปัญหาตามมา เพราะถ้าคุณไม่รื้อพรม แต่คุณอาจแค่เพียง เอาผ้าซับ ๆ ให้พื้นแห้ง แล้วจอดตากแดด จริง ๆแล้ว มันก็แห้งเหมือนกัน แต่สิ่งที่คุณไม่เห็นก็คือ สิ่งสกปรกที่มันยังค้างอยู่ในรถของคุณ ซึ่งคุณก็น่าจะรู้ว่า น้ำมันมีเชื้อโรคสารพัด แล้วเมื่อมันแห้ง มันก็จะแพร่เชื้อและเป็นเชื้อราอยู่ในพรม สิ่งที่อยากบอกต่อคือ นอกจากนี้ในรถยังมีระบบปรับอากาศที่มันจะเป็นตัวช่วยพัฒนาการเจริญเติบโตของ เชื้อโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี แล้วมันก็จะหมุนเวียน กลับไปกลับมา อยู่ในรถของคุณ นั่นก็เป็นสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้ เพราะคุณก็สูดเอาเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าไปตลอดเวลา จะว่าไปแล้ว รถสมัยนี้ค่อนข้างออกแบบมาดี ลุยน้ำไม่ค่อยดับกันหรอก ถ้าทำอย่างที่ผมบอกนะครับ ผมว่า จากสายตา วันนี้ผมลุยน้ำลึกไม่น่าต่ำกว่า 50 ซม เพราะรถรุ่นใหม่ ๆ จะย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ โดยเฉพาะเจ้า ECU ไว้ในตำแหน่งที่สูง พูดง่าย ๆ ว่า อยู่ในรถกันเลยหละ รวมถึงกล่องฟิวส์ต่าง ๆ ติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่ค่อนข้างสูง เพื่อป้องกันน้ำท่วมนี่เหละ

No tags for this post.

เตือนภัยกล้องตัวจิ๋วแอบถ่ายใต้กระโปรง

  • Posted on October 13, 2011 at 9:34 am

เตือนภัยกล้องตัวจิ๋วแอบถ่ายใต้กระโปรง

กล้องปากกาไว้แอบถ่ายกล้องปากกาไว้แอบถ่าย


เทคโนโลยีด้าน It ก้วล้ำไปไกลมาก ถ้าหากเราใช้อยากถูกวิธีก็จะเป็นประโยชน์กับโลกของเราอย่างมากแต่ถ้าใช้ในทางที่ผิดก็จะเป็นภัยมหันต์ล่าสุดมีภัยสังคมระดับไฮเทคประเภท “แอบถ่าย” ปรากฏเป็นข่าวบ่อยครั้ง หนาหูขึ้นในช่วงนี้

ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.พระนคร ศรีอยุธยา เพิ่งจับกุมตัวหนุ่มโรคจิตสะสมคลิปแอบถ่ายใต้กระโปรงหญิงสาวจำนวนมากได้คาโรงพัก

หลังเกิดอารมณ์คึกคะนองควัก “กล้องปากกา” ออกมาแอบถ่ายภาพตำรวจบนโรงพักที่กำลังนอนหลับ

อุปกรณ์แอบถ่ายต่างๆ เหล่านี้นับวันยิ่งมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีบันทึกภาพและหน่วยความจำ

ปัจจุบันหาซื้อกันได้อย่างง่ายดายผ่านเว็บไซต์ทั้งไทยและเทศ

มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่าสินค้ากลุ่ม “Spy Camera” (กล้องสอดแนม) และ “Hidden Camera” (กล้องแอบถ่าย)

ส่วนมากจะโฆษณาประสิทธิภาพว่าเอาไว้ใช้สำหรับอาชีพนักสืบ งานราชการ

หรือซื้อไว้ถ่ายบันทึกความเคลื่อนไหวในบ้านเพื่อความปลอดภัย

แต่ก็มีคนหัวหมอนำมาใช้ในทางที่ผิดดังที่เห็นเช่นทุกวันนี้

ลักษณะกล้องแอบถ่ายพอแยกได้เป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มแรกเป็นแบบที่ต้องติดตั้ง หรือวางไว้อยู่กับที่ เช่น ซ่อนไว้ในห้องหรือจุดต่างๆ มีขายทั้งแบบเป็น “เลนส์จิ๋ว” ส่งสัญญาณภาพด้วยระบบมีสาย ไร้สาย

รวมทั้งอำพรางไว้ในรูปแบบสิ่งของทั่วๆ ไป เช่น ฝังอยู่ในนาฬิกา จอโทรทัศน์ ตุ๊กตา เครื่องฟอกอากาศ กล่องทิชชู ฯลฯ

กลุ่มที่สองเป็นแบบพกพาติดตัวได้ โดยเลนส์ขนาดเล็กของกล้องจะฝังซุกซ่อนอยู่กับเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ปากกา แว่นตา นาฬิกาข้อมูล รองเท้า กระดุม ซองหมากฝรั่ง แท่งยูเอสบีเมมโมรี่สติ๊ก

บางรุ่นที่มีหน่วยความจำรุ่นใหม่ๆ ในตัว สามารถบันทึกภาพได้ต่อเนื่องกว่า 60 นาที

สนนราคาเฉลี่ยตั้งแต่หลักพันไปจนถึงเหยียบหมื่นบาท

เว็บไซต์ associatedcontent.com ของสหรัฐอเมริกาให้ข้อมูลแนะนำวิธีป้องกันตัวไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมนุษย์โรคจิตแอบถ่าย ว่า

สถานที่ที่มีโอกาสโดนแอบถ่ายสูง ได้แก่ พื้นที่สาธารณะที่มีคนชุมนุมกันมากๆ อาทิ ห้างสรรพสินค้า งานเทศกาล งานคอนเสิร์ต สถานีระบบขนส่งมวลชน ฯลฯ

ดังนั้น สุภาพสตรีควรต้องแต่งกายด้วยความระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ ไม่ควรสวมกระโปรงสั้น

ถ้ารู้สึกว่ามีใครเข้ามาประชิดตัวใกล้เกินไปให้เดินออกห่าง

ในกรณีที่เช่าห้องพัก หรือบ้านพัก ควรตรวจสอบรายละเอียดภายในห้องให้เรียบร้อย และขอเดินดูตัวอาคารโดยรอบ

ถ้าเจ้าของตึกปฏิเสธไม่ควรทำสัญญาเช่าเด็ดขาด

เทคนิคตรวจหากล้องแอบถ่ายขั้นสูงขึ้นไปอีก ก็คือ ซื้ออุปกรณ�ตรวจจับเลนส์แอบถ่ายด้วยแสงอินฟราเรด หรือแสง LED ความเข้มสูง

แต่ต้องเสียเงินหลายพันบาท

วิธีง่ายๆ และได้ผลดีพอๆ กันก็คือ ถ้าสงสัยว่าในห้องพัก ห้องลองเสื้อ หรือสถานที่ใดๆ ก็ตามอาจมีกล้องแอบถ่ายติดตั้งอยู่ ให้นำ “โทรศัพท์มือถือ” ขึ้นมาเปิดระบบถ่ายวิดีโอ แล้วเล็งเลนส์มือถือไปยังจุดที่ต้องการตรวจสอบ

ถ้าพบ “จุดแสงกะพริบๆ” ตลอดเวลาตรงไหน แสดงว่าจุดนั้นมีกล้องแอบถ่ายซุกซ่อนอยู่อย่างแน่นอน

ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

หรือตำรวจมาตรวจสอบได้ทันที

ข้อมูลจากข่าวสด